5 เหตุผลที่นักการตลาดอย่างคุณ ต้องเริ่มสนใจแพลตฟอร์มสุดฮิต ที่ชื่อว่า “TikTok”

เหตุผลว่าทำไมนักการตลาดอย่างคุณ ถึงต้องเริ่มสนใจการทำการตลาดบน TikTok ?

จากเบื้องหลังการเติบโตและสถิติน่าสนใจ ที่ผมได้กล่าวไปแล้วนั้น ผมเชื่อว่าในตอนนี้นี่แหละที่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุด ในการที่คุณจะต้องเริ่มศึกษาเกี่ยวกับการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok เพราะกระแสในบ้านเราที่กำลังได้รับความนิยมอยู่เป็นอย่างมาก และมีท่าทีที่จะเติบโตไปได้อีกไกลด้วย

ซึ่งในหัวข้อนี้เอง ผมจะมาบอกเหตุผลดีๆ สำหรับการทำ Marleting ครับว่าทำไมนักการตลาดอย่างคุณ ถึงต้องเริ่มให้ความสำคัญในการทำการตลาด บนแพลตฟอร์มที่ชื่อว่า “TikTok” จะมีอะไรบ้างและจะตรงกับที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ไหม ลองไปเช็คกันครับ

เหตุผลที่ 1 : TikTok ตอบโจทย์พฤติกรรมความชอบของผู้บริโภค

คนไทยอย่างเราๆ มีหรอครับที่จะไม่ชอบของใหม่ แม้ว่ากันตามอายุของ TikTok จะไม่ใช่ของใหม่อะไรแต่สำหรับใครบางคน ก็เพิ่งจะได้รู้จักและลองเล่นแอปพลิเคชั่นนี้ ก็ในช่วงกักตัวที่ผ่านมานี่เอง ที่เราเห็นวีดีโอไวรัลเต้น ร้องเพลง ลิปซิงค์ต่างๆ ในช่วงเดือนถึง 2 เดือนที่ผ่านมา จนทำให้เราสงสัยและลองดาวน์โหลดมาเล่น

ด้วยเสน่ห์ที่ TikTok ไม่เหมือนกับ Social Media ตัวไหนทำให้ TikTok ได้รับความนิยมอย่างมาก กล่าวก็คือการสร้างคอนเทนต์วีดีโอสั้นๆ 15 วินาที ด้วยเพลงและ AR Effect ต่างๆ ที่ TikTok ได้มีการปล่อยให้ลองเล่น (เยอะมากๆ) จนเกิดมีมและไวรัลขึ้น ผ่านการควบคุมด้วย Machine Learning ทำให้การสร้างคอนเทนต์ 15 วินาทีมีความสนุกสนาน แตกต่างกับการสร้างในแพลตฟอร์มอื่นเช่น Instagram Stories , Snapchat ที่ฟีเจอร์ต่างๆ ไม่ได้ครบครันและบันเทิงเท่า TikTok

จึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นส่วนใหญ่ ถึงหันมาเล่นแอปพลิเคชั่นนี้กันถล่มทลาย แต่อันดับแรก ผมขอแนะนำให้ใครที่สนใจอยากศึกษาการทำการตลาดบน TikTok ให้ลอง “ดาวน์โหลด” มาเล่นกันก่อนจะดีกว่าครับ เพราะคุณจะได้มีความคุ้นชินและรู้จักธรรมชาติของแพลตฟอร์มนี้อย่างแท้จริง ก่อนที่จะเริ่มลงมือสร้างแคมเปญหรือทำแผนการตลาด บนแพลตฟอร์มนี้ครับ

เพราะหากคุณไม่มีความคุ้นเคยหรือไม่รู้จักธรรมชาติของผู้ใช้งานแอปพลิเคขั่นนี้อย่างแท้จริง จะทำให้การทำการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok ขาดประสิทธิภาพไปโดยปริยายครับ

เหตุผลที่ 2 : สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการทำ Influencer Marketing ได้เป็นอย่างดี

เมื่อทุกวันนี้ผู้บริโภคส่วนใหญ่ รวมไปถึงตัว Influencer เองก็ไม่ได้อยู่แค่แพลตฟอร์มที่เราคุ้นเคย อย่าง Facebook หรือ Instagram จึงเป็นเหตุให้ทั้งนักการตลาด รวมไปถึงแบรนด์ ต้องตามไปหาพื้นที่ในการประชาสัมพันธ์สินค้าบนแพลตฟอร์มใหม่ๆ อย่าง TikTok  ซึ่งถ้าพูดกันในเชิงเทคนิคแล้วแทบจะไม่มีอะไรแตกต่างกันเลยครับกับการประชาสัมพันธ์ รีวิวสินค้าบนสื่อ Social Media ตัวอื่นๆ

แต่ข้อดีที่คุณจะได้มาเมื่อใช้กลยุทธ์ Influencer Marketing บน TikTok นั่นก็คือความแปลกใหม่ในการสร้างสรรค์ Content ของเหล่า Influencer ขยายความก็คือ คุณอาจจะเคยเห็นการรีวิวสินค้าของเหล่าของเหล่า Influencer ในช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Facebook , Instagram หรือ Youtube กันจนเบื่อแล้วใช่ไหมครับ แต่สำหรับ TikTok นั้นจะแตกต่างกันออกไป ด้วยข้อดีที่มีลูกเล่นมากกว่าการถ่ายวีดีโอทั่วไป และจำนวนผู้เล่นที่มากมายในแต่ละวัน ทำให้มัน “ง่าย” ในการจะสร้างสรรค์ความเป็น Viral Content ขึ้นมา มากกว่าแพลตฟอร์มอื่นๆ ประกอบกับจำนวนยอด Engagement ที่ TikTok ทำได้ดีกว่าช่องทางอื่น

เหตุผลที่ 3 : มีตัวเลือกในการสร้างรูปแบบโฆษณาที่หลากหลาย

ถ้าจะให้พูดถึงการทำการตลาดบน Social Media ตัวเลือกอันดับแรกๆ ของเราก็คงเป็น Facebook , Instagram , Youtube , Twitter  แต่ก็ยังมีนักการตลาดบางส่วนที่อาจจะยังไม่ทราบว่า TikTok มีการโฆษณาบนแพลตฟอร์มด้วยหรือ ?  คำตอบก็คือ มีครับ และทำได้ละเอียดในระดับนึงเลยด้วย โดยผมจะขออนุญาติอธิบายให้ทุกท่านทราบดังนี้

สำหรับการทำโฆษณาแบบเสียเงิน (Paid Ads) ลงบน TikTok นั้นอันดับแรกก็เหมือนกับ Social Media ช่องทางอื่นอย่าง Facebook , Instragram คือคุณต้องมีการสร้าง TikTok Pro Account ขึ้นมาก่อน เพื่อที่คุณจะได้สามารถ Monitor แคมเปญโฆษณา ดูสถิติต่างๆ ได้ผ่าน Account นี้ครับ 

ซึ่งส่วนใหญ่วัตถุประสงค์จะเป็นการสร้างอัตราการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย (Traffic) และเพิ่มปฏิสัมพันธ์ (Enagement) เป็นหลัก ซึ่งทาง TikTok ก็ได้แบ่งรูปแบบการโฆษณาต่างๆ ตามวัตถุประสงค์ทั้ง 2 แบบดังนี้ครับ

ถ้าคุณคือแบรนด์หรือธุรกิจที่ต้องการได้ยอด Reach หรือการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเป็นจำนวนมากๆ ให้กลุ่มเป้าหมายรู้ว่าตัวคุณคือใคร เป็นหลัก TikTok ได้สร้างตัวเลือกรูปแบบการโฆษณาให้คุณ 3 แบบครับดังนี้

  • Brand Takeover : เป็นรูปแบบโฆษณาที่สร้าง Reach ได้เยอะที่สุดในบรรดาทั้ง 3 ตัวครับ โดยรูปแบบจะเป็นลักษณะ Pop Ups 3 วินาที ที่จะเด้งขึ้นมาทันที เมื่อคุณเปิดแอปพลิเคชั่นเข้าใช้งาน  เหมาะสำหรับแบรนด์ที่มีคนรู้จักอยู่แล้ว และต้องการประชาสัมพันธ์แคมเปญบางอย่างให้กลุ่มเป้าหมายทราบครับ
  • TopView : เป็นรูปแบบโฆษณาที่สร้าง Reach ได้ดีอีก Options นึงครับ เหมาะกับธุรกิจที่มีเว็บไซต์อยู่แล้ว โดยโฆษณารูปแบบนี้จะแสดงผลเป็นวีดีโอความยาวไม่เกิน 60 วินาที อยู่ในตำแหน่งด้านบนของแอปพลิเคชั่น สามารถ Lead คนไปยังหน้าเว็บไซต์ของแบรนด์ได้ และ User สามารถ Comment , Like , Share ได้เหมือนคอนเทนต์ทั่วไป
  • In-Feed Ads :  เป็นรูปแบบโฆษณาที่จะขึ้นมาระหว่างโพสต์วิดีโอบนหน้าฟีดของผู้ใช้งานที่กำลังรับชม Contents อยู่ (คล้ายๆ Ads ใน Instagram Story) โดยสามารถ Lead ไปยังเว็บไซต์หรือ Landing Page ได้ด้วยเช่นกัน

แต่ในทางกลับกันถ้าแบรนด์หรือธุรกิจของคุณต้องการสร้างการมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มเป้าหมาย คุณก็ยังสามารถใช้ Ads Option ได้อีก 2 รูปแบบนั่นก็คือ

  • Hashtag Challenge : สำหรับกระแสต่างๆ ที่เกิดเป็นไวรัลล้วนอยู่ในรูปแบบโฆษณานี้ครับ Hashtag Challenge คือการทำโฆษณาในรูปแบบของแคมเปญ เพื่อให้เกิดการ Challenge  ให้ผู้ใช้งานร่วมกิจกรรมเพื่อความบันเทิงหรือลุ้นรับรางวัลต่างๆ จนกลายเป็นกระแสไวรัล ซึ่งสามารถสร้าง Engagement ให้กับแบรนด์หรือธุรกิจของคุณครับ
  • Branded Effect : นี่คือรูปแบบของการโฆษณาที่มีเฉพาะใน TikTok เท่านั้น คือการให้คุณได้สร้าง Effect วีดีโอขึ้นมาเอง ทั้งเสียงและภาพ เพื่อโปรโมทแคมเปญต่างๆ ซึ่งข้อดีก็คือถ้าแบรนด์สามารถสร้าง Effect ได้น่ารัก น่าเล่น ก็จะทำให้มีคนเลือกมาใช้เล่นในคอนเทนต์ตัวเองเรื่อยๆ และยังอยู่บนแพลตฟอร์มได้นานกว่าการโฆษณาทั่วไปด้วย (เพราะเป็น Effect)

เหตุผลที่ 4 : กระแส Challenge Campaign สามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจคุณได้

ในเหตุผลที่แล้ว ผมได้ยกตัวอย่างรูปแบบของการโฆษณาใน TikTok ไปแล้ว มีรูปแบบของโฆษณาอยู่ 1 รูปแบบครับที่มันยังสามารถเติบโตและสร้างประโยชน์ให้กับการทำธุรกิจของคุณได้มากกว่านั่นก็คือ “Hashtag Challenge”

ต้องเรียนให้ทราบครับว่าในปัจจุบันผู้ใช้งาน TikTok ก็มักจะชอบหรือรู้สึกสนุกกับเฝ้ารอคอยสิ่งใหม่ ที่จะมาทำให้พวกเขารู้สึกเพลิดเพลิน ผ่านการเสพย์คอนเทนต์ในแบบที่ตนสนใจ นอกจากนั้นอีกหนึ่งสิ่งที่จะขาดไม่ได้สำหรับ TikTok เลยก็คือการสร้าง Challenge Campaign ที่เป็นเหมือนหัวใจหลักที่ทำให้แอปพลิเคชั่นนี้เกิดความเป็น Viral แบบออแกนิคและได้รับความนิยมผ่านการแชร์และทำตามของผู้ใช้งาน

โดยการใช้กลยุทธ์นี้ เริ่มมีการนำไปปรับใช้กับการทำการตลาดบนแพลตฟอร์ม TikTok กันบ้างแล้ว ตัวอย่างที่ถือเป็น Challenge ที่สร้างความเป็น Viral เช่น Uniqlo ที่ได้ทำการสร้างแคมเปญที่ชื่อว่า  #UTPlayYourWorld เป็นแคมเปญให้ผู้เล่นได้ร่วมสนุกกัน โดยต้องใส่เสื้อยืดของ UT By Uniqlo แล้วเต้นประกอบเพลงตาม Efffect 

ซึ่งนอกจากแคมเปญนี้จะ Viral ไปทั่วโลกแล้ว ยังส่งผลให้ยอดขายของเสื้อยืด UT By Uniqlo เติบโตขึ้นอีกเป็นกอบเป็นกำ ถือได้ว่านี่คือตัวอย่างของแบรนด์ที่สร้าง Challenge ได้ดีจนประสบความสำเร็จทั้งในด้าน Brand Awareness และยอดขายของธุรกิจ

เหตุผลที่ 5 : ในอนาคต TikTok ยังสามารถเติบโตได้อีก 

เหตุผลข้อสุดท้ายนี้เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณมีความสนใจในการทำการตลาดผ่านทางช่องทางนี้คือทิศทางในการเติบโตของแพลตฟอร์มนี้ จากตัวเลขทั้งยอดการดาวน์โหลด ยอดผู้ใช้งาน ถึงแม้ว่าภาพลักษณ์จะมีความเป็นแอปพลิเคชั่นสำหรับวัยรุ่น แต่ทาง TikTok เองก็มีการทำการบ้านพัฒนารูปแบบ Content และระบบการใช้งานอยู่ตลอด 

จนในปัจจุบัน จากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อช่วงต้นปี 2020 ที่ผ่านมาในประเทศสหรัฐอเมริกาเริ่มมีอัตราการใช้งานแอปพลิเคชั่น TikTok ของกลุ่มคนช่วงอายุ “ผู้ใหญ่” มากขึ้นถึง 5 เท่า แสดงถึงการที่ TikTok เริ่มมีความหลากหลายด้านช่วงอายุผู้ใช้งานมากขึ้น  

ดังนั้นไม่แน่ว่าทิศทางในการเติบโตของ TikTok ที่จะเข้ามาครองตลาดอื่นนอกคน Gen อื่นนอกจากวัยรุ่นก็ยังถือว่ามีความเป็นไปได้สูงและไม่แน่ว่าอนาคตเราอาจจะเห็น TikTok กลายเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญในการทำการตลาดออนไลน์ก็เป็นได้เช่นกันครับ